Chailoet on Nostr: ผ้าขี้ริ้วห่อทอง ...
ผ้าขี้ริ้วห่อทอง
อากงของผมเสียไป 14 ปีแล้ว แต่ของรักของหวงของแกชิ้นหนึ่งยังคงอยู่ สร้อยทองเส้นโปรดเส้นนั้น ตั้งแต่ผมจำความได้ก็เห็นอากงใส่ไปไหนมาไหนตลอดด้วยท่าทีภูมิใจ ผมไม่รู้สึกถึงคุณค่าของมันเลยสักนิด ไหนจะพระอีก 5 องค์ที่ห้อยติดอยู่ ได้แต่นึกสงสัยในใจตั้งแต่เด็กว่าอากงใส่ไปทำไม ไม่หนักหรอ เหมือนเคยถามกงเหมือนกันว่าใส่ทำไม กงก็หัวเราะใส่และบอกดุขำๆว่า "เด็กโง่ นี่มันทองคำเชียวนะ"
วันเวลาผ่านไปจนกระทั่งวันนี้มาถึง วันที่ผมตัดสินใจจะเปลี่ยนสร้อยทองเก่าแก่เส้นนี้เป็นสิ่งอื่น จึงต้องนำไปขายเป็น Fiat ก่อน ลองคำนวนดูคร่าวๆแล้ว เงินเล็กน้อยที่อากงซื้อมันมาเมื่อหลายสิบปีก่อน วันนี้มีกลับมูลค่าพอๆกับ เวลาและพลังงานของผมใน 1 ปี ที่ผ่านมาผมไม่เคยคิดจะหยิบมันดูมาก่อนแม้จะรู้ว่าถูกเก็บอยู่ที่ไหน
จนกระทั่งวันนี้นี่แหละ ผ้าเช็ดหน้าเก่าๆมากๆ เก่าจนคล้ายผ้าขี้ริ้วผืนนึงห่อหุ้มสร้อยทองเส้นนั้นอยู่ พอแกะออกมาก็พบว่า ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นกลับมีรอยสีทองจางๆ ความคิดความกังวลบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว
“ของเก๊ ป่าววะเนี่ย”
“ไหนว่าทองคำเป็นอมตะไง ทำไมสีมันติดผ้าได้”
ผมตัดสินใจไปที่ห้างแห่งหนึ่งใกล้ๆบ้าน ซึ่งมีร้านๆทองหลายร้านติดๆกัน เดินเข้าๆออกๆ เกือบทุกร้าน ได้ความว่า สร้อยทองเส้นนี้เป็นของของแท้ ไม่ใช่ของเก๊อย่างที่ผมกังวล 555 แต่มันไม่เต็มแล้ว จากการชั่งน้ำหนักพบว่ามันหายไป 0.13% ถึงจะเป็นของแท้แต่ก็เป็นยี่ห้อของร้านทองที่เจ๊งไปแล้ว จะไม่ได้ราคาตามราคามาตรฐานของ สคบ. นับจากนั้นมหกรรมการกดราคา เล่ห์เพทุบาย และเหตุการณ์แปลกๆก็เกิดขึ้น มีร้านหนึ่งใช้สายตามองดูพลางลูบคลำ บอกว่าเป็นทองคำ 90% จึงให้ราคาต่ำกว่าราคามาตรฐานถึง 17% ผมเดินออกมาจากร้านพร้อมกับครอบครัว ปรากฏว่ามีช่างทองในร้านนั้นแอบเดินตามมา สะกิดพาผมไปคุยที่มุมมืด ไม่ให้คนในร้านทองต้นสังกัดของเค้าเห็น
“ผมดูพี่อยู่ ที่ร้านมันกดราคาพี่ ขายให้ผม ราคาดีกว่านั้นเยอะ ไปนัดเจอกันข้างนอก ที่บ้านพี่ชายแถวๆนี้ เย็นนี้”
ผมคิดอยู่ 3 วินาทีก็ปฏิเสธไป (ในใจคิดว่ากูจะโดนแทงตายไหม?)
ผมยังเดินเข้าๆออกๆร้านทองต่อไป ส่วนมากแล้วพนักงานก็ใช้สายตาและความชำนาญ ประเมินทองและราคา บ้างก็บอกว่าทอง 90% บ้างก็บอก ทอง 96.5% สีหมองบ้าง สีสวยบ้าง ให้ราคาต่างๆกันไป ไม่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ไม่มีการถ่วงปริมาตร/น้ำหนัก มีเพียงร้านเดียวที่แนะนำให้ไปหลอม/เผา เพื่อตรวจสอบและความแฟร์ การมาขายของครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องๆง่ายๆ ใช้เวลานานกว่าที่คิดไว้มาก ผมพบว่าวงการนี้มีความสลับซับซ้อน อันตราย และมีตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้หลายอย่าง ผมมั่นใจว่าผมจะไม่ซื้อทองมาเก็บเป็นสมบัติไว้ให้ลูกหลานแน่
และแน่นอนว่าสุดท้ายแล้วผมขายให้กับร้านที่ให้ ราคาสูงที่สุด (สังเกตแต่แรกแล้วว่าร้านนี้คนเยอะที่สุด น่าจะราคาดีที่สุด) ก่อนปิดดีลทางร้านก็ขอเผา ขอตัดสร้อยตรวจสอบอีกรอบ ร้านได้ทองไป ผมได้เงิน Fiat กลับบ้านสมใจ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :
Save it in Bitcoin
there is no second best !!
#siamstr
Published at
2024-07-24 15:58:06Event JSON
{
"id": "7aca332a15abe4f340ae66883fdab3c31a82eb94f1b8f18c2b4d55aae3528dce",
"pubkey": "5da9776cc93daaadabea7a30946960b4a14efbd420039a8fe7075b8a6dc8f27e",
"created_at": 1721836686,
"kind": 1,
"tags": [
[
"t",
"siamstr"
]
],
"content": "ผ้าขี้ริ้วห่อทอง\n\n อากงของผมเสียไป 14 ปีแล้ว แต่ของรักของหวงของแกชิ้นหนึ่งยังคงอยู่ สร้อยทองเส้นโปรดเส้นนั้น ตั้งแต่ผมจำความได้ก็เห็นอากงใส่ไปไหนมาไหนตลอดด้วยท่าทีภูมิใจ ผมไม่รู้สึกถึงคุณค่าของมันเลยสักนิด ไหนจะพระอีก 5 องค์ที่ห้อยติดอยู่ ได้แต่นึกสงสัยในใจตั้งแต่เด็กว่าอากงใส่ไปทำไม ไม่หนักหรอ เหมือนเคยถามกงเหมือนกันว่าใส่ทำไม กงก็หัวเราะใส่และบอกดุขำๆว่า \"เด็กโง่ นี่มันทองคำเชียวนะ\" \n วันเวลาผ่านไปจนกระทั่งวันนี้มาถึง วันที่ผมตัดสินใจจะเปลี่ยนสร้อยทองเก่าแก่เส้นนี้เป็นสิ่งอื่น จึงต้องนำไปขายเป็น Fiat ก่อน ลองคำนวนดูคร่าวๆแล้ว เงินเล็กน้อยที่อากงซื้อมันมาเมื่อหลายสิบปีก่อน วันนี้มีกลับมูลค่าพอๆกับ เวลาและพลังงานของผมใน 1 ปี ที่ผ่านมาผมไม่เคยคิดจะหยิบมันดูมาก่อนแม้จะรู้ว่าถูกเก็บอยู่ที่ไหน \n จนกระทั่งวันนี้นี่แหละ ผ้าเช็ดหน้าเก่าๆมากๆ เก่าจนคล้ายผ้าขี้ริ้วผืนนึงห่อหุ้มสร้อยทองเส้นนั้นอยู่ พอแกะออกมาก็พบว่า ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นกลับมีรอยสีทองจางๆ ความคิดความกังวลบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว\n “ของเก๊ ป่าววะเนี่ย”\n “ไหนว่าทองคำเป็นอมตะไง ทำไมสีมันติดผ้าได้”\n\n ผมตัดสินใจไปที่ห้างแห่งหนึ่งใกล้ๆบ้าน ซึ่งมีร้านๆทองหลายร้านติดๆกัน เดินเข้าๆออกๆ เกือบทุกร้าน ได้ความว่า สร้อยทองเส้นนี้เป็นของของแท้ ไม่ใช่ของเก๊อย่างที่ผมกังวล 555 แต่มันไม่เต็มแล้ว จากการชั่งน้ำหนักพบว่ามันหายไป 0.13% ถึงจะเป็นของแท้แต่ก็เป็นยี่ห้อของร้านทองที่เจ๊งไปแล้ว จะไม่ได้ราคาตามราคามาตรฐานของ สคบ. นับจากนั้นมหกรรมการกดราคา เล่ห์เพทุบาย และเหตุการณ์แปลกๆก็เกิดขึ้น มีร้านหนึ่งใช้สายตามองดูพลางลูบคลำ บอกว่าเป็นทองคำ 90% จึงให้ราคาต่ำกว่าราคามาตรฐานถึง 17% ผมเดินออกมาจากร้านพร้อมกับครอบครัว ปรากฏว่ามีช่างทองในร้านนั้นแอบเดินตามมา สะกิดพาผมไปคุยที่มุมมืด ไม่ให้คนในร้านทองต้นสังกัดของเค้าเห็น\n “ผมดูพี่อยู่ ที่ร้านมันกดราคาพี่ ขายให้ผม ราคาดีกว่านั้นเยอะ ไปนัดเจอกันข้างนอก ที่บ้านพี่ชายแถวๆนี้ เย็นนี้”\nผมคิดอยู่ 3 วินาทีก็ปฏิเสธไป (ในใจคิดว่ากูจะโดนแทงตายไหม?)\n\n ผมยังเดินเข้าๆออกๆร้านทองต่อไป ส่วนมากแล้วพนักงานก็ใช้สายตาและความชำนาญ ประเมินทองและราคา บ้างก็บอกว่าทอง 90% บ้างก็บอก ทอง 96.5% สีหมองบ้าง สีสวยบ้าง ให้ราคาต่างๆกันไป ไม่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ไม่มีการถ่วงปริมาตร/น้ำหนัก มีเพียงร้านเดียวที่แนะนำให้ไปหลอม/เผา เพื่อตรวจสอบและความแฟร์ การมาขายของครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องๆง่ายๆ ใช้เวลานานกว่าที่คิดไว้มาก ผมพบว่าวงการนี้มีความสลับซับซ้อน อันตราย และมีตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้หลายอย่าง ผมมั่นใจว่าผมจะไม่ซื้อทองมาเก็บเป็นสมบัติไว้ให้ลูกหลานแน่ \n และแน่นอนว่าสุดท้ายแล้วผมขายให้กับร้านที่ให้ ราคาสูงที่สุด (สังเกตแต่แรกแล้วว่าร้านนี้คนเยอะที่สุด น่าจะราคาดีที่สุด) ก่อนปิดดีลทางร้านก็ขอเผา ขอตัดสร้อยตรวจสอบอีกรอบ ร้านได้ทองไป ผมได้เงิน Fiat กลับบ้านสมใจ\n\nนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : \nSave it in Bitcoin\nthere is no second best !!\n\n#siamstr\n https://image.nostr.build/ca2fa19004e1ca2cd942d5195ec36b7e1efe11f4de68b1bd52dfbad3fb34c37d.jpg",
"sig": "50767562e2ef1a4852a8171e429378f1fc4960eb9fdcfd32aee9e49f682b1e61f6a64a3b10bab9688752c11d8b8c63154c224ec22a2aa8d9ac83dda662ffdcf5"
}